Close

ก่อนประมูลรถ ต้องวางเงินเท่าไหร่? มือใหม่อ่านจบ รู้เรื่องตั้งแต่เริ่มจนจบประมูล

Article Image

ก่อนประมูลรถ ต้องวางเงินเท่าไหร่? มือใหม่อ่านจบ รู้เรื่องตั้งแต่เริ่มจนจบประมูล

อยากลอง ประมูลรถ แต่ยังสงสัยว่า ต้องเตรียมเงินเท่าไหร่ ต้องวางเงินก่อนหรือเปล่า แล้วถ้าประมูลไม่ชนะ เงินที่วางไว้จะหายไหม?

จริง ๆ แล้วเรื่องนี้ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิดครับ แค่ต้องแยกให้ออกว่า เงินมัดจำคืออะไร ค่ารถคิดแยกอย่างไร ค่าดำเนินการมีอะไรบ้าง และแต่ละก้อนต้องจ่ายตอนไหน

บทความนี้จะพาไล่ตั้งแต่ก่อนเข้าประมูล ระหว่างประมูล ไปจนถึงหลังประมูลแบบเข้าใจง่าย อ่านจบแล้วจะรู้ว่าต้องเตรียมเงินอะไรบ้าง และควรเช็กเรื่องไหนก่อนเริ่มประมูล

 

เงินมัดจำคืออะไร?

เงินมัดจำ คือเงินที่ต้องวางไว้ก่อนเข้าร่วมประมูล เพื่อยืนยันว่าเราพร้อมเข้าร่วมประมูลจริง

ถ้าพูดให้เห็นภาพง่าย ๆ เงินก้อนนี้เหมือนเป็นหลักประกันสำหรับการเข้าประมูล ไม่ใช่ค่ารถ ไม่ใช่เงินดาวน์ และไม่ได้หมายความว่าวางแล้วจะได้รถทันที

ในการประมูลของสหการประมูล มีทรัพย์สินให้เลือกหลายประเภท เช่น

  • รถยนต์
  • รถจักรยานยนต์
  • รถไถ
  • โดรนการเกษตร
  • รถบรรทุก
  • เครื่องจักรและทรัพย์สินประเภทอื่น ๆ

การวางเงินมัดจำทำได้ทั้ง ออนไลน์และที่หน้างานประมูล แต่จำนวนเงินอาจไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับประเภททรัพย์สินและเงื่อนไขของแต่ละรายการ

เพราะฉะนั้น ก่อนเข้าประมูลควรเช็กข้อมูลของรายการที่สนใจให้เรียบร้อยก่อนว่า ต้องวางเงินมัดจำเท่าไหร่ และสามารถวางผ่านช่องทางไหนได้บ้าง

 

ต้องวางเงินมัดจำก่อนประมูลทุกครั้งไหม?

ถ้าต้องการเข้าร่วมประมูล ก็ต้องวางเงินมัดจำตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ก่อนเริ่มประมูลครับ

ไม่ว่าจะสนใจรถยนต์ รถไถ โดรนการเกษตร หรือรถบรรทุก ก็ควรตรวจสอบเงื่อนไขของทรัพย์สินรายการนั้นก่อนเหมือนกัน

แนะนำว่าอย่ารอไปจัดการทุกอย่างที่หน้างาน เพราะถ้าเอกสารหรือเงินมัดจำไม่พร้อม อาจทำให้เข้าร่วมประมูลไม่ได้ หรือพลาดรายการที่ตั้งใจไว้

 

เงินมัดจำเอาไปหักค่ารถได้ไหม?

คำตอบคือ ไม่ได้

เงินมัดจำมีไว้สำหรับยืนยันสิทธิ์ในการเข้าร่วมประมูลเท่านั้น ไม่ใช่เงินดาวน์ และไม่สามารถนำไปหักออกจากค่ารถหรือค่าทรัพย์สินที่ประมูลได้

ลองดูตัวอย่างง่าย ๆ

  • วางเงินมัดจำเพื่อเข้าร่วมประมูล
  • ประมูลรถได้ในราคา 200,000 บาท
  • ต้องชำระค่ารถ ค่าดำเนินการ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามเงื่อนไข
  • เงินมัดจำจะคืนแยกต่างหาก ไม่ได้นำมาหักจากยอด 200,000 บาท

ดังนั้น ตั้งแต่แรกควรเตรียมเงินไว้ 2 ส่วน คือ

  1. เงินมัดจำสำหรับเข้าร่วมประมูล
  2. เงินสำหรับชำระค่ารถหรือทรัพย์สิน รวมถึงค่าดำเนินการและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ หากเป็นผู้ชนะการประมูล

ถ้าประมูลไม่ชนะ เงินมัดจำจะเป็นอย่างไร?

ถ้าเสนอราคาแล้วไม่ชนะ ไม่ต้องตกใจครับ เงินมัดจำจะได้รับคืนในวันถัดไปตามเงื่อนไขการประมูล

สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ คือ

  • ไม่ชนะการประมูล: ได้เงินมัดจำคืนในวันถัดไป
  • ชนะการประมูล: ได้เงินมัดจำคืนในวันถัดไปเช่นกัน
  • เงินมัดจำ: ไม่สามารถนำไปหักค่ารถได้

พูดง่าย ๆ คือ เงินมัดจำไม่ได้หายไปเพียงเพราะเราเข้าร่วมประมูล แต่ก่อนเข้าร่วมทุกครั้งก็ควรเช็กขั้นตอนและกำหนดการคืนเงินให้ชัดเจน

 

╔═══════════╗
สหการประมูล แหล่งรวมรถมือสองที่ใหญ่ที่สุด มีรถให้เลือกมากกว่า 1,000 คัน/สัปดาห์ 
ดูปฎิทินรอบประมูลได้ที่  https://www.auct.co.th/    

 

สหการประมูล “ที่ 1 เรื่องประมูล”

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
AUCT Care 📞 02 033 6555

LINE Official :: คลิก https://lin.ee/1dNFW8A
╚═══════════╝

 

ถ้าชนะการประมูล ต้องทำอะไรต่อ?

เมื่อชนะการประมูลแล้ว ผู้ชนะต้องชำระเงินตามกำหนด

โดยทั่วไปควรทำตามนี้

  1. ตรวจสอบว่าชนะทรัพย์สินรายการใด
  2. เช็กยอดเงินที่ต้องชำระทั้งหมด
  3. ชำระเงินขั้นต่ำ 10% ภายในวันประมูล
  4. ตรวจสอบค่าดำเนินการและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
  5. ชำระยอดเงินให้ครบ 100% ภายใน 3 วัน
  6. ดำเนินการรับรถหรือทรัพย์สินตามขั้นตอน

ยอดที่ต้องจ่ายอาจไม่ได้มีแค่ราคาที่เสนอชนะเท่านั้น เพราะ ค่าดำเนินการจะคิดตามประเภททรัพย์สิน และอาจมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพิ่มเติมตามเงื่อนไขของรายการนั้น

นอกจากนี้ ค่าดำเนินการอาจมี ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% คิดเพิ่ม แต่ไม่ใช่ทุกรายการหรือทุกคัน ดังนั้นควรตรวจสอบรายละเอียดของทรัพย์สินแต่ละรายการก่อนประมูล

อย่าตั้งงบไว้แค่ราคาที่อยากประมูลได้ ควรเผื่อค่าดำเนินการ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่าใช้จ่ายส่วนอื่น ๆ ไว้ด้วย รวมถึงเช็กให้ชัดเจนว่ารายการนั้นมี VAT 7% หรือไม่

 

มือใหม่ต้องเตรียมเงินอะไรบ้าง?

ถ้ายังไม่เคยประมูลมาก่อน แนะนำให้แบ่งเงินออกเป็น 3 ก้อน จะช่วยให้วางแผนง่ายขึ้น

 

1. เงินมัดจำ

เป็นเงินที่ต้องวางก่อนเข้าร่วมประมูล จำนวนเงินขึ้นอยู่กับประเภททรัพย์สินและเงื่อนไขของรายการนั้น

 

2. เงินชำระขั้นต่ำ 10% ในวันประมูล

หากชนะการประมูล ต้องเตรียมเงินสำหรับชำระขั้นต่ำ 10% ของราคาที่ประมูลได้ภายในวันประมูล เงินส่วนนี้เป็นการชำระตามเงื่อนไขของผู้ชนะ และไม่ใช่เงินมัดจำสำหรับเข้าร่วมประมูล

 

3. เงินส่วนที่เหลือและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

ต้องเตรียมเงินสำหรับชำระยอดที่เหลือให้ครบ 100% ภายใน 3 วัน รวมถึงค่าดำเนินการ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามเงื่อนไขของรายการ

ค่าดำเนินการจะคิดตามประเภททรัพย์สิน โดยบางรายการอาจมี VAT 7% คิดเพิ่มจากราคาที่ชนะการประมูล แต่บางคันหรือบางรายการอาจไม่มี VAT จึงควรตรวจสอบเงื่อนไขของรายการนั้นโดยตรง

นอกจากนี้ อาจมีค่าขนย้าย ค่าจัดส่ง หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ รถไถ โดรนการเกษตร รถบรรทุก หรือทรัพย์สินแต่ละประเภท

การแยกเงินเป็นก้อน ๆ แบบนี้ช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้นว่า เงินส่วนไหนใช้ทำอะไร และช่วยลดโอกาสเผลอใช้งบเกินตัว

 

ก่อนประมูลควรเช็กอะไรบ้าง?

ถ้าเป็นมือใหม่ ลองไล่เช็กตามนี้ได้เลยครับ

 

1. เลือกรายการที่สนใจ

เริ่มจากดูว่าต้องการประมูลอะไร เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถไถ โดรนการเกษตร หรือรถบรรทุก

จากนั้นดูรายละเอียดให้ครบ ทั้งรุ่น ปี รูปภาพ สภาพรถ และเงื่อนไขของรายการ

 

2. ตั้งงบสูงสุดไว้ก่อน

กำหนดราคาสูงสุดที่ตัวเองจ่ายไหว เช่น ตั้งใจไว้ไม่เกิน 150,000 บาท ก็พยายามอย่าไหลตามบรรยากาศจนเกินงบ

เวลาอยู่ในสนามประมูล เราอาจรู้สึกว่า “เพิ่มอีกนิดเดียวคงไม่เป็นไร” แต่ถ้าเพิ่มแบบนี้หลายรอบ งบอาจบานปลายโดยไม่รู้ตัว

 

3. เช็กเงินมัดจำ

ดูว่ารายการที่สนใจต้องวางเงินมัดจำเท่าไหร่ และต้องวางผ่านช่องทางใด

ที่สำคัญ อย่าลืมว่าเงินมัดจำต้องเตรียมแยกจากเงินค่ารถ และแยกจากเงินที่ต้องชำระขั้นต่ำ 10% หากชนะการประมูล

 

4. คำนวณค่าดำเนินการและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ

ตรวจสอบว่าทรัพย์สินประเภทนั้นมีค่าดำเนินการเท่าไหร่ และมี VAT 7% คิดเพิ่มจากราคาที่ชนะการประมูลหรือไม่ เพราะบางคันหรือบางรายการอาจไม่มี VAT

รวมถึงเช็กค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้น เช่น ค่าขนย้ายหรือค่าจัดส่ง

 

5. เตรียมเงินสำหรับกรณีชนะ

ถ้าชนะ ต้องพร้อมชำระขั้นต่ำ 10% ภายในวันประมูล และชำระยอดรวมให้ครบ 100% ภายใน 3 วัน อย่าคิดว่า “เดี๋ยวค่อยหาเงินทีหลัง” เพราะการประมูลมีเงื่อนไขและระยะเวลาชำระเงินที่ต้องทำตาม

 

6. เลือกช่องทางเข้าร่วม

สามารถเลือกเข้าร่วมได้ทั้ง

  • Onsiteประมูลที่หน้าลาน
  • AUCT Live ประมูลออนไลน์

เลือกช่องทางที่สะดวกได้เลย แต่ควรสมัครและเตรียมข้อมูลให้เรียบร้อยก่อนถึงเวลาเริ่มประมูล จะได้ไม่ต้องรีบตอนรายการกำลังเปิด

 

ระหว่างประมูลต้องทำอย่างไร?

พอเริ่มประมูลแล้ว ให้ดูหมายเลขหรือรายการทรัพย์สินที่กำลังเปิดประมูลให้ดี เพราะในหนึ่งรอบอาจมีหลายรายการต่อเนื่องกัน

สิ่งที่ควรทำคือ

  • เช็กให้แน่ใจว่ากำลังประมูลรายการที่ต้องการ
  • เสนอราคาโดยไม่เกินงบที่ตั้งไว้
  • อ่านหรือฟังเงื่อนไขให้ครบ
  • คำนึงถึงค่าดำเนินการและ VAT 7% ที่อาจเพิ่มจากราคาที่ชนะ โดยบางคันหรือบางรายการอาจไม่มี VAT
  • เตรียมเงินสำหรับชำระขั้นต่ำ 10% ภายในวันประมูลหากชนะ
  • อย่ารีบกดหรือเสนอราคาเพราะความตื่นเต้น
  • ถ้าเกินงบแล้ว ให้หยุดได้เลย

การหยุดประมูลไม่ใช่เรื่องเสียหน้าครับ เพราะเป้าหมายของเราคือการได้ทรัพย์สินในราคาที่รับไหว ไม่ใช่ต้องชนะให้ได้ทุกครั้ง

 

หลังประมูลต้องทำอะไร?

หลังจบการประมูล ให้ตรวจสอบผลก่อนว่าเราชนะหรือไม่ชนะ

ถ้าไม่ชนะ ก็รอรับเงินมัดจำคืนในวันถัดไปตามเงื่อนไข

แต่ถ้าชนะ ให้รีบตรวจสอบรายละเอียดต่อทันที ได้แก่

  • รายการที่ชนะ
  • ราคาที่ชนะ
  • ยอดชำระขั้นต่ำ 10% ที่ต้องชำระภายในวันประมูล
  • ค่าดำเนินการตามประเภททรัพย์สิน
  • VAT 7% ที่อาจคิดเพิ่มจากราคาที่ชนะการประมูล โดยบางคันหรือบางรายการอาจไม่มี VAT
  • ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • กำหนดเวลาชำระเงินส่วนที่เหลือให้ครบ 100% ภายใน 3 วัน
  • ขั้นตอนการรับรถหรือทรัพย์สิน

ส่วนเงินมัดจำจะได้รับคืนในวันถัดไปตามเงื่อนไข และไม่สามารถนำไปหักจากค่ารถหรือทรัพย์สินที่ชนะได้

 

ประมูลรถไม่ได้ดูแค่ราคาที่ชนะ

หลายคนเห็นว่าประมูลได้ในราคาถูกแล้วก็คิดว่าคุ้มทันที แต่จริง ๆ ยังต้องดูค่าใช้จ่ายทั้งหมดด้วยครับ

ราคาที่เสนอชนะอาจยังไม่ใช่ยอดสุดท้ายที่ต้องจ่าย เพราะอาจมีค่าดำเนินการตามประเภททรัพย์สิน บางรายการมี VAT 7% คิดเพิ่มจากราคาที่ชนะการประมูล ขณะที่บางคันหรือบางรายการอาจไม่มี VAT รวมถึงอาจมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามเงื่อนไขของรายการ

ก่อนตัดสินใจ ลองคำนวณให้ครบว่า

ราคาที่ชนะ + ค่าดำเนินการตามประเภททรัพย์สิน + VAT 7% หากมี + ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ = เงินที่ต้องเตรียมจริง

จากนั้นควรวางแผนการชำระเงินให้พร้อม โดยเฉพาะเงินขั้นต่ำ 10% ที่ต้องชำระภายในวันประมูล และยอดที่เหลือให้ครบ 100% ภายใน 3 วัน

วิธีนี้จะช่วยให้รู้ว่าราคาที่เห็นยังอยู่ในงบหรือไม่ และลดโอกาสเจอค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้เตรียมไว้

 

สรุปแบบสั้น ๆ สำหรับมือใหม่

ถ้าจะเข้าประมูลรถ รถไถ โดรนการเกษตร หรือรถบรรทุก จำ 6 ข้อนี้ไว้ได้เลย

  1. ต้องวางเงินมัดจำก่อนเข้าร่วมประมูลตามเงื่อนไข
  2. เงินมัดจำไม่ใช่ค่ารถและนำไปหักค่ารถไม่ได้
  3. ไม่ว่าจะชนะหรือไม่ชนะ เงินมัดจำจะได้รับคืนในวันถัดไปตามเงื่อนไข
  4. ถ้าชนะ ต้องชำระขั้นต่ำ 10% ของราคาที่ประมูลได้ภายในวันประมูล
  5. ต้องชำระเงินรวมให้ครบ 100% ภายใน 3 วัน พร้อมค่าดำเนินการและ VAT 7% หากรายการนั้นมีการเรียกเก็บ
  6. ก่อนเสนอราคา ควรตั้งงบสูงสุดและอ่านเงื่อนไขเรื่องค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ให้ครบ

การประมูลไม่ได้ยากอย่างที่คิดครับ แค่เตรียมเงินให้ถูกก้อน รู้ว่าต้องจ่ายอะไร เช็กว่ารายการนั้นมี VAT 7% หรือไม่ และเผื่อค่าดำเนินการกับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ไว้ให้เรียบร้อย

ที่สำคัญ หากชนะการประมูลต้องเตรียมชำระขั้นต่ำ 10% ภายในวันประมูล และชำระยอดทั้งหมดให้ครบ 100% ภายใน 3 วัน

พอเตรียมตัวครบแล้ว ก็เลือกดูรายการที่สนใจและเลือกช่องทางเข้าร่วมประมูลที่สะดวกได้เลยครับ