Close

หลังได้รถแทรกเตอร์มือสองมา ควรตรวจเช็กอะไรบ้าง? 10 จุดที่มือใหม่ควรรู้

Article Image

หลังได้รถแทรกเตอร์มือสองมา ควรตรวจเช็กอะไรบ้าง? 10 จุดที่มือใหม่ควรรู้

หลังได้รถแทรกเตอร์มือสองมา ควรตรวจเช็กอะไรบ้าง?

สำหรับผู้ที่มี รถแทรกเตอร์มือสอง และกำลังเตรียมนำมาใช้งาน สิ่งสำคัญไม่ได้มีเพียงการดูสภาพรถก่อนใช้งานเท่านั้น แต่ควรตรวจเช็กระบบต่าง ๆ ให้พร้อม เพื่อให้รู้จักสภาพรถของตัวเองและสามารถวางแผนดูแลรักษาได้อย่างเหมาะสม

โดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งเริ่มใช้งานรถแทรกเตอร์ อาจมีคำถามว่า หลังได้รถมาแล้วควรเริ่มตรวจอะไรเป็นอันดับแรก? ต้องเปลี่ยนน้ำมันหรือไม่? ระบบไหนที่ควรให้ความสำคัญ?

มาดู 10 จุดสำคัญที่ควรตรวจเช็กกัน

 

1. ตรวจสอบสภาพโดยรวมของรถ

ก่อนสตาร์ตรถ ลองเดินดูรอบ ๆ ตัวรถอย่างละเอียด

สังเกตว่า

  • มีรอยรั่วของน้ำมันหรือไม่ 
  • มีชิ้นส่วนหลวมหรือไม่ 
  • มีรอยแตกร้าวบริเวณโครงสร้างหรือไม่  
  • น็อตและจุดยึดต่าง ๆ อยู่ในสภาพเรียบร้อยหรือไม่ 
  • มีชิ้นส่วนใดผิดปกติจากเดิมหรือไม่  

การตรวจรอบรถก่อนใช้งานช่วยให้พบความผิดปกติเล็ก ๆ ได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

 

2. ตรวจน้ำมันเครื่อง

น้ำมันเครื่องมีหน้าที่ช่วยหล่อลื่นและลดการสึกหรอของชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์

ควรตรวจสอบ

  • ระดับน้ำมันเครื่อง 
  • สีและสภาพของน้ำมัน 
  • ร่องรอยการรั่วซึม 
  • ประวัติการเปลี่ยนถ่าย หากมีข้อมูล 

หากไม่ทราบว่ารถเปลี่ยนน้ำมันเครื่องครั้งล่าสุดเมื่อใด ควรตรวจสอบคู่มือประจำรถหรือปรึกษาช่างเพื่อวางแผนการบำรุงรักษา

 

╔═══════════╗

สหการประมูล แหล่งรวม KUBOTA มือสองที่ใหญ่ที่สุด ราคาถูกกว่ามือสองทั่วไป

รอบประมูลทุกวันเสาร์ที่ 2 ของเดือน ที่ สหการประมูล สาขารังสิต คลอง 8

 ดูปฎิทินรอบประมูลได้ที่  https://www.auct.co.th/       

 

สหการประมูล “ที่ 1 เรื่องประมูล”

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

AUCT Care 📞 02 033 6555

LINE Official :: คลิก https://lin.ee/1dNFW8A

╚═══════════╝

 

 

3. ตรวจระบบหล่อเย็น

ระบบหล่อเย็นมีส่วนสำคัญในการควบคุมอุณหภูมิของเครื่องยนต์

ควรตรวจสอบ

  • ระดับน้ำหล่อเย็น 
  • หม้อน้ำ 
  • ท่อยาง 
  • จุดรั่วซึม 
  • สิ่งสกปรกที่สะสมบริเวณหม้อน้ำ 

ไม่ควรเปิดฝาหม้อน้ำทันทีหลังเครื่องยนต์ทำงาน เพราะน้ำหล่อเย็นอาจมีอุณหภูมิและแรงดันสูง

 

4. ตรวจระบบน้ำมันเชื้อเพลิง

ควรตรวจสอบถังน้ำมัน ท่อทางเดินน้ำมัน และบริเวณรอบเครื่องยนต์ว่ามีการรั่วซึมหรือไม่

นอกจากนี้ควรตรวจสอบไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามระยะที่กำหนด เพราะสิ่งสกปรกหรือน้ำที่ปะปนอยู่ในระบบอาจส่งผลต่อการทำงานของเครื่องยนต์ได้

 

5. ตรวจแบตเตอรี่และระบบไฟฟ้า

ระบบไฟฟ้าเป็นอีกส่วนที่ควรตรวจสอบก่อนนำรถไปใช้งานจริง

เช็ก

  • แบตเตอรี่ 
  • ขั้วแบตเตอรี่ 
  • ไฟหน้า 
  • ไฟท้าย 
  • ไฟสัญญาณ 
  • มาตรวัดต่าง ๆ 
  • สวิตช์ควบคุม 

หากพบสายไฟชำรุด ขั้วหลวม หรือมีคราบสนิม ควรตรวจสอบและแก้ไขก่อนใช้งาน

 

6. ตรวจระบบไฮดรอลิก

ระบบไฮดรอลิกมีความสำคัญต่อการทำงานของรถแทรกเตอร์ โดยเฉพาะการยกและควบคุมอุปกรณ์ต่อพ่วง

ควรสังเกต

  • ระดับน้ำมันไฮดรอลิก 
  • ท่อและสายไฮดรอลิก 
  • จุดเชื่อมต่อ 
  • รอยรั่วซึม 
  • การทำงานของระบบยก 

หากพบว่าน้ำมันรั่วหรือระบบทำงานผิดปกติ ควรให้ผู้มีความรู้ตรวจสอบก่อนนำไปใช้งานหนัก

 

7. ตรวจยางและล้อ

ยางเป็นส่วนที่สัมผัสกับพื้นโดยตรง จึงควรตรวจสอบก่อนใช้งานทุกครั้ง

ดูว่า

  • ดอกยางสึกมากหรือไม่ 
  • ยางมีรอยแตกร้าวหรือไม่ 
  • มีสิ่งแปลกปลอมติดอยู่หรือไม่ 
  • แรงดันลมเหมาะสมหรือไม่ 
  • น็อตล้อแน่นหรือไม่ 

การดูแลยางให้เหมาะสมยังช่วยให้รถทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

8. ตรวจระบบเบรกและพวงมาลัย

ก่อนนำรถออกทำงาน ควรตรวจสอบระบบควบคุมรถให้พร้อมใช้งาน

ได้แก่

  • เบรก 
  • พวงมาลัย 
  • คลัตช์ 
  • ระบบควบคุมต่าง ๆ 

หากพบว่าพวงมาลัยผิดปกติ เบรกไม่ตอบสนอง หรือมีเสียงผิดปกติ ควรหยุดใช้งานและตรวจสอบก่อน

 

9. ตรวจอุปกรณ์ต่อพ่วง

รถแทรกเตอร์สามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ต่อพ่วงได้หลากหลายประเภท เช่น ผานไถ โรตารี เครื่องตัดหญ้า หรืออุปกรณ์สำหรับงานเกษตรอื่น ๆ

ก่อนใช้งานควรตรวจสอบ

  • จุดยึดอุปกรณ์ 
  • สลักและน็อต 
  • ระบบไฮดรอลิก 
  • เพลาขับ 
  • สภาพอุปกรณ์ต่อพ่วง 

และควรตรวจสอบว่าอุปกรณ์มีขนาดและคุณสมบัติเหมาะสมกับรถแทรกเตอร์หรือไม่

 

10. จัดทำแผนบำรุงรักษา

เมื่อได้รถแทรกเตอร์มือสองมาแล้ว สิ่งหนึ่งที่ควรทำคือ เริ่มบันทึกประวัติการดูแลรถตั้งแต่วันที่เริ่มใช้งาน

อาจบันทึกข้อมูล เช่น

  • วันที่เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง 
  • วันที่เปลี่ยนไส้กรอง 
  • ชั่วโมงการใช้งาน 
  • การซ่อมแซม 
  • การเปลี่ยนอะไหล่ 
  • การตรวจเช็กระบบต่าง ๆ 

ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้วางแผนบำรุงรักษาได้ง่ายขึ้นในอนาคต

 

ควรเปลี่ยนของเหลวทั้งหมดทันทีหรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกอย่างโดยอัตโนมัติ แต่ควรตรวจสอบ ประวัติการบำรุงรักษาและระยะเวลาการเปลี่ยนถ่าย ก่อน

หากไม่มีข้อมูลว่าดูแลครั้งล่าสุดเมื่อใด ควรปรึกษาช่างหรืออ้างอิงคู่มือของรถแต่ละรุ่น เพื่อกำหนดรายการที่ควรตรวจและเปลี่ยนอย่างเหมาะสม

 

รถแทรกเตอร์มือสองควรตรวจบ่อยแค่ไหน?

ความถี่ในการตรวจขึ้นอยู่กับ รุ่นรถ ลักษณะงาน ชั่วโมงการใช้งาน และสภาพแวดล้อม

การตรวจบางรายการควรทำก่อนใช้งาน ขณะที่การบำรุงรักษาบางรายการควรทำตามชั่วโมงหรือระยะเวลาที่กำหนดในคู่มือประจำรถ

ดังนั้นควรเก็บคู่มือรถไว้และใช้เป็นข้อมูลหลักในการวางแผนบำรุงรักษา

 

สรุป

หลังได้ รถแทรกเตอร์มือสอง มาใช้งาน ไม่ควรรีบนำไปทำงานหนักทันทีโดยไม่ตรวจสอบสภาพ ควรเริ่มจากการตรวจสภาพโดยรวม เครื่องยนต์ น้ำมัน ระบบหล่อเย็น ระบบไฟฟ้า ระบบไฮดรอลิก ยาง เบรก พวงมาลัย และอุปกรณ์ต่อพ่วง

ที่สำคัญควรเริ่มบันทึกประวัติการบำรุงรักษาตั้งแต่วันแรก เพื่อให้รู้ว่ารถได้รับการดูแลอะไรไปแล้วบ้าง และช่วยวางแผนการดูแลในครั้งต่อไปได้ง่ายขึ้น

เพราะการดูแลรถแทรกเตอร์ที่ดี เริ่มต้นได้ตั้งแต่วันแรกที่นำรถมาใช้งาน