ตรอ. ตรวจควันดำยังไง
ควันดำเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้รถหลายคัน “ตรวจ ตรอ. ไม่ผ่าน” โดยเฉพาะรถดีเซล และรถจักรยานยนต์ที่ใช้งานหนัก การที่ควันดำเกินมาตรฐานไม่เพียงทำให้ไม่ผ่านตรวจสภาพ แต่ยังบ่งบอกถึงปัญหาด้านเครื่องยนต์และการเผาไหม้ที่ต้องรีบแก้ไข บทความนี้จะอธิบายว่าตรอ.ตรวจควันดำอย่างไร และรถประเภทไหนเสี่ยงตกมากที่สุด
1. ตรอ. ตรวจควันดำอย่างไร?
การตรวจควันดำมีมาตรฐานชัดเจนตามกรมการขนส่งทางบก โดยใช้เครื่องมือเฉพาะทาง ได้แก่:
1.1 เครื่องทดสอบความทึบของควัน (Opacity Meter)
เครื่องจะดูดไอเสียจากท่อรถเข้ามาตรวจ แล้ววัดค่าความทึบของควัน ว่ายิ่งทึบมากเท่าไร ควันยิ่งดำ
1.2 ขั้นตอนการตรวจควันดำ
สำหรับรถดีเซล
เหยียบคันเร่งจนสุดครั้งละ 2–3 ครั้ง
บันทึกค่าสูงสุดของระดับความทึบ (Opacity)
ใช้ค่าที่ได้เทียบกับมาตรฐานกฎหมาย
สำหรับรถจักรยานยนต์ 2 จังหวะ / รถเก่า
สตาร์ตรถทิ้งไว้ที่รอบเดินเบา
วัดควันตามค่าที่กำหนด
(มอเตอร์ไซค์ 4 จังหวะส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องควันดำ)
2. มาตรฐานควันดำที่กฎหมายกำหนด
เกณฑ์หลักของกรมขนส่งคือ:
- รถดีเซล: ค่าความทึบไม่เกิน 50% HSU (โดยทั่วไป)
- รถยนต์เบนซิน: ต้องไม่มีควันผิดปกติสังเกตได้ด้วยตา
- รถจักรยานยนต์: ต้องไม่ปล่อยควันเกินปริมาณที่เห็นเป็นกลุ่มชัดเจน
ถ้าคุณเหยียบคันเร่งแล้วเห็นควันพวยพุ่ง มีสิทธิ์ไม่ผ่านสูงมาก
╔═════════════════════════╗
สหการประมูล บริการตรวจสภาพรถยนต์ จักรยานยนต์ ต่อภาษีรถ ประกันภัย และ พ.ร.บ.
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ไลน์ https://maac.io/4FDvJ
╚═════════════════════════╝
3. รถประเภทไหนเสี่ยง “ควันดำเกิน” มากที่สุด
3.1 รถกระบะดีเซลที่ใช้งานหนัก
โดยเฉพาะรถที่ใช้งานบรรทุก – รถรับจ้าง – รถเก่าที่วิ่งเยอะ มักมีปัญหา:
- หัวฉีดสกปรก
- เทอร์โบเสื่อม
- กรองอากาศตัน
- น้ำมันคุณภาพต่ำ
รถกลุ่มนี้ตกตรวจบ่อยที่สุด
3.2 รถที่ถอด DPF หรือ EGR (พบมากขึ้นในตลาด)
รถที่ผ่านการ “โมดิฟายระบบไอเสีย” เช่น
- ถอดกรอง DPF
- อุด EGR
- ปรับจูนเร่งน้ำมัน
มักควันดำมากเกินมาตรฐานและตกทันที
3.3 รถจักรยานยนต์ 2 จังหวะ และรถเก่าอายุมากกว่า 15–20 ปี
ควันเกิดจากน้ำมันหล่อลื่นเผาไหม้ ทำให้มีโอกาสไม่ผ่านหากดูแลไม่ดี
3.4 รถที่ไม่เคยล้างกรองอากาศเลย
กรองอากาศตัน ทำให้เครื่องยนต์ดูดอากาศน้อย เกิดการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ → ควันดำทันที
4. สาเหตุหลักที่ทำให้ “ไม่ผ่านควันดำ”
- หัวฉีดสกปรกหรือรั่ว
- เทอร์โบเริ่มเสื่อม
- น้ำมันเครื่องเก่า
- ใช้น้ำมันคุณภาพต่ำ
- กรองอากาศตัน
- ปั๊มดีเซลจูนเพี้ยน
- อุด EGR หรือถอด DPF
หากมีปัญหาเหล่านี้ ควรแก้ก่อนเข้าตรอ.
5. วิธีทำให้รถผ่านตรวจควันดำง่ายขึ้น
5.1 ล้างกรองอากาศ
ทำได้เองและช่วยลดควันได้ทันที
5.2 เติมน้ำมันคุณภาพดีหรือ B7 แทน B20
ช่วยการเผาไหม้ดีขึ้น ลดควันดำได้จริง
5.3 อัดลมยางให้ปกติ และขับให้เครื่องอุ่นก่อนตรวจ
เครื่องอุ่นจะเผาไหม้สมบูรณ์กว่าตอนเครื่องเย็น
5.4 เติมน้ำยาล้างหัวฉีด (Fuel Cleaner)
ช่วยลดควันดำได้ 10–30% หากหัวฉีดไม่เสีย
5.5 ถ้ารถแต่ง หรือถอด DPF — แนะนำให้ใส่กลับก่อนตรวจ
เพราะรถลักษณะนี้แทบจะ “ผ่านไม่ได้” ถ้าระบบเดิมไม่สมบูรณ์
6. ถ้าตรวจควันดำไม่ผ่าน ต้องทำอย่างไร?
- ตรอ. จะออก “ใบแจ้งข้อบกพร่อง”
- นำรถไปแก้ไขตามจุดที่ระบุ
- กลับมาตรวจซ้ำ
- เมื่อผ่าน ตรอ. จะออกใบรับรองใหม่ให้
ไม่สามารถนำรถไปต่อทะเบียนได้จนกว่าจะ “ผ่านควันดำ”
สรุป
การตรวจควันดำเป็นมาตรฐานสำคัญที่ช่วยลดมลพิษ และทำให้รถที่ใช้งานบนท้องถนนปลอดภัยตามกฎหมาย ตรอ. ใช้เครื่องวัดความทึบของควันเพื่อประเมินความสมบูรณ์ของการเผาไหม้ รถดีเซลที่ใช้งานหนัก รถแต่ง และรถเก่า คือกลุ่มที่เสี่ยงไม่ผ่านมากที่สุด หากเตรียมรถให้ดี เช่นล้างกรองอากาศ มีเทอร์โบสมบูรณ์ และใช้น้ำมันคุณภาพ ก็ช่วยให้ผ่านตรอ. ได้ง่ายขึ้นมาก
แกลเลอรี่